เกิดจากแหล่งกำเนิดคลื่นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่าเสียง หน้าคลื่นก็จะถูกอัดมากขึ้นคลื่นถูกส่ง ออกไปในตัวกลาง จะเคลื่อนที่ผ่านหน้าคลื่นที่อัดตัวกันอยู่นั้น ทำให้หน้าคลื่นอัดตัวกันในลักษณะเป็น
วงกลมซ้อนกันไปตามแนวทางการเคลื่อนที่ของแหล่งกำเนิดคลื่นเป็นคลื่นกระแทกแนวของหน้าคลื่นที่
อัดตัวกันนี้จะเป็นมุมแหลม และ ทำมุมกับแนวการเคลื่อนที่ของแหล่งกำเนิด
ปรากฏการณ์การเกิดคลื่นกระแทก เช่น เครื่องบินไอพ่นบินด้วยด้วยความเร็วมากกว่าเสียง
ทำให้เกิดเสียงดังมากและถ้าอัตราเร็วของเครื่องบินมากขึ้น กรวยยิ่งเล็กลง ๆ คลื่นกระแทกทำให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็วเป็นผลทำให้เสียงดังคล้ายระเบิดเรียกว่า
ซอนิกบูม(Sonic Boom)
วงกลมซ้อนกันไปตามแนวทางการเคลื่อนที่ของแหล่งกำเนิดคลื่นเป็นคลื่นกระแทกแนวของหน้าคลื่นที่
อัดตัวกันนี้จะเป็นมุมแหลม และ ทำมุมกับแนวการเคลื่อนที่ของแหล่งกำเนิด
ปรากฏการณ์การเกิดคลื่นกระแทก เช่น เครื่องบินไอพ่นบินด้วยด้วยความเร็วมากกว่าเสียง
ทำให้เกิดเสียงดังมากและถ้าอัตราเร็วของเครื่องบินมากขึ้น กรวยยิ่งเล็กลง ๆ คลื่นกระแทกทำให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็วเป็นผลทำให้เสียงดังคล้ายระเบิดเรียกว่า
ซอนิกบูม(Sonic Boom)
ซอนิกบูม(Sonic Boom)
ทำให้เกิดกระจกหน้าต่างบ้านเรือนแตกร้าวได้
เครื่องบินที่สามารถบินเร็วกว่าเสียงเรียกว่าเครื่องบินซูเปอร์โซนิก (Suppersonic jet)
เครื่องบินที่สามารถบินเร็วกว่าเสียงเรียกว่าเครื่องบินซูเปอร์โซนิก (Suppersonic jet)
การบอกอัตราเร็วเครื่องบินระดับซูเปอร์โซนิก จะบอกเป็นมัค(Mach)โดยกำหนดให้ 1 มัค (Mach 1 ) เท่ากับอัตราเร็วของเสียง
เครื่องบินรบประเภทขับไล่ส่วนใหญ่สามารถบิน
ระดับซูเปอร์โซนิกได้ ตามข้อตกลงการบินระหว่างประเทศ กำหนดให้หลีกเลี่ยงการบินผ่าน
บริเวณที่อาศัยของประชาชนในระดับต่ำกว่า 9 กิโลเมตร ด้วยอัตราเร็วระดับซูเปอร์โซนิก
เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างและอันตรายต่อประชาชนได้
ระดับซูเปอร์โซนิกได้ ตามข้อตกลงการบินระหว่างประเทศ กำหนดให้หลีกเลี่ยงการบินผ่าน
บริเวณที่อาศัยของประชาชนในระดับต่ำกว่า 9 กิโลเมตร ด้วยอัตราเร็วระดับซูเปอร์โซนิก
เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างและอันตรายต่อประชาชนได้
เรามาดูวีดีโอเพื่อความเข้าใจนะครับ
การคำนวณคลื่นกระแทก จากรูปข้างบน สมมุติ เครื่องบินลำหนึ่ง บินด้วยอัตราเร็ว จาก a ไป c และอัตราเร็วของเสียงในอากาศขณะนั้นเป็น v และเครื่องบินอยู่สูงจากผู้สังเกตที่ตำแหน่ง b เป็นระยะ h ขณะที่ผู้สังเกตได้ยินเสียงคลื่นกระแทก เครื่องบิน บินไปถึงตำแหน่ง c นั่นคือ เครื่องบินอยู่ห่างจากผู้สังเกตเป็นระยะ x เราสามารถคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ได้ ดังนี้
ระยะทางที่เสียงเคลื่อนที่ได้ในเวลา t วินาที
ระยะทางที่เครื่องบินเคลื่อนที่ได้ในเวลา t วินาที
อัตราเร็วเสียงในอากาศ
อัตราเร็วเครื่องบิน
ความสูงของเครื่องบิน
ระยะทางที่เครื่องบินอยู่ห่างจากผู้สังเกต
เลขมัค (Mach number) คือตัวเลขที่บอกให้ทราบว่าวัตถุนั้นเคลื่อนที่เร็วเป็นกี่เท่าของอัตราเร็วเสียงในอากาศ
แหล่งอ้างอิง
ไม่มีรูปประกอบบทความเลย..
ตอบลบ